個人檔案welcome to FlorinaParAdI...相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
|
6 October I hate hereI HATE HERE ในช่วงที่เขียนคราวนี้ หลังจากที่ไม่ได้เขียนมาเป็นเวลาหนึ่งปีกว่าๆ ทุกสิ่งทุกอย่างดูเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อหนึ่งปีก่อนมากมาย ฉันเองก็รู้สึกดีใจ ที่ทุกวันนี้ แทบไม่มีใครอ่านสเปซนี้อีกแล้ว จะได้ไม่ต้องมีคนมากมายนัก ที่จะได้รับรู้ถึงความอ่อนแอในตอนนี้ของฉัน รับรู้ถึงสภาพจิตใจของฉันที่มันแย่ลงทุกวันๆโดยที่ฉันเองไม่สามารถหาทางแก้ไขได้เลย ในช่วงประมานหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ คุณอาจจะเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับประโยคๆหนึ่ง ที่มีถ้อยความว่า "Korea is gay I hate Korean" ที่เป็นข้อความที่ถูกเขียนขึ้นโดยนักร้องคนหนึ่ง ทำให้เขาถูกต่อต้านจากคนในประเทศนั้นอย่างมากมาย ทั้งๆที่เขาเองก็เป็นคนของประเทศนั้น แต่เติบโตในอีกประเทศหนึ่ง แต่เลือกที่จะเดินทางจากบ้าน มาเพื่อตามหาความฝัน ในดินแดนที่เขาไม่คุ้นเคย คุณไม่มีทางรู้เลยว่า มันจะเจ็บปวดเพียงใด กับการที่เขาต้องอดทนเพื่อสิ่งที่เขารัก และเจ็บปวดยิ่งกว่าเมื่อเขาต้องสูญเสียมันไป ฉันเอง ก็เป็นอีกหนึ่งคน ที่มีเรื่องราวใกล้เคียงกับเขา เพียงแค่เรื่องของฉัน มันยังไม่ถึงตอนจบ และก็แตกต่างกันในตัวละคร และสถานที่เท่านั้นเอง เอาล่ะ คุณอาจจะยังไม่เข้าใจในเรื่องที่ฉันกำลังจะเขียนต่อไปนี้ ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครมาเข้าใจฉัน เพียงแค่อยากระบายในสิ่งที่ต้องรู้สึกมาเท่านั้นเอง ถ้าคุณสนใจที่จะอ่าน ก็อ่านต่อไป แต่ถ้าไม่สนใจ ก็แค่กดปิดเฟรมนี้ไป เพราะมันมีความหมายกับฉัน และคนที่รู้สึกแบบเดียวกับฉันเท่านั้น ตอนนี้ ฉันได้เป็นนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศเลยที่เดียว สาขาวิชาที่ฉันเข้ามาศึกษานั้น เป็นสาขาที่ฉันเชื่อว่า มีผู้คนไม่น้อยเลย ที่ต้องการจะมาอยู่ในที่เดียวกับฉัน ณ ตรงนี้ แต่ใครจะรู้ได้ล่ะว่า เมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว คุณจะได้เจอกับเรื่องอะไรบ้าง และมันเหมาะกับตัวคุณแค่ไหนกัน สาขาที่ฉันศึกษาอยู่ในตอนนี้ก็คือ แพทยศาสตร์บัณฑิต คุณคงจะเข้าใจสินะ ว่าอาชีพนี้ เป็นสิ่งที่ใครต่อหลายคนหมายปอง ในสายตาของคนหลายคนที่ยกย่องให้แพทย์ เป็นบุคคลที่มีเกียรติ เป็นคนที่มีคุณค่าในสังคม หรือแม้แต่มองว่า เป็นอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่สูง ทุกครั้งที่ฉันเข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เมื่อถูกถามว่า เรียนคณะอะไร การตอบว่าเป็นนักศึกษาแพทย์นั้น ทำให้ฉันได้รับการสนใจจากผู้อื่นมากเลยทีเดียว เดิมทีนั้น ชีวิตของฉันเต็มไปด้วยความสดใส ทุกครั้งที่อยู่ที่โรงเรียน เรียนกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน เมื่อเลิกเรียน ก็กลับไปยังบ้านที่แสนจะอบอุ่น สะดวกสบาย อาจจะมีเรื่องทำให้ต้องหนักใจบ้าง แต่ทุกครั้งก็ผ่านมันมาได้ด้วยดีเสมอ เรียกว่าแทบจะไม่มีอุปสรรคใดๆกับชีวิต ฉันรู้สึกว่าชีวิตมีความสุขมากเลยทีเดียว เมื่อจบจากโรงเรียนมัธยม ฉันเองก็สามารถสอบผ่านเข้ามาศึกษาต่อที่นี่ได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไรนัก เรียกว่า ไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆเลยจะง่ายเสียยิ่งกว่า เพราะว่าฉันเข้ามาในระบบรับตรงซึ่งเป็นการสอบตั้งแต่ช่วงต้นๆ จึงไม่ต้องไปอดทนอ่านหนังสืออย่างหนักหนาสาหัส อย่างที่คนที่ต้องรอระบบกลางเขาทำกัน แล้วข้อสอบที่ฉันสอบเข้ามานั้น ก็ถือว่าง่ายในระดับนึงเลยล่ะ ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงผ่านเข้ามาศึกษาที่นี่ได้ย่างสบายๆ คุณพ่อคุณแม่ของฉันเอง ท่านก็รู้สึกพอใจ เนื่องจากอยากให้ฉันทำอาชีพที่มีความมั่นคง สำหรับตัวฉันเองนั้น ถ้าถามสาเหตุที่เรียนหมอ จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ว่าประทับใจอะไรกับอาชีพนี้มากมายสักเท่าไร แต่ว่า ฉันเองมีความฝันที่อยากจะทำหลายอย่าง แต่เมื่อเทียบกับโลกแห่งความเป็นจริง และสภาพที่ฉันเป็นอยู่ ฉันเองจำเป็นต้องเลือกทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุดของฉัน นั่นคือการทำงานที่มั่นคง และดูมีคุณค่าในสังคม แน่นอนล่ะ ฉันเอง ชอบที่จะให้ผู้อื่นมองว่าเรามีค่า มีความสามารถ ซึ่งฉันเองก็ได้รับมันมาตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน เมื่อเข้าสู่ปีการศึกษาใหม่ ที่ฉันต้องเริ่มที่จะศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น ฉันเองต้องย้ายออกจากบ้านที่ฉันรัก มาอยู่ที่หอพักในมหาวิทยาลัย เนื่องจากมหาวิทยาลัยนั้นอยู่คนละแห่งกับบ้านของฉัน ตัวของฉัน เด็กตัวเล็กๆเพียงคนหนึ่ง ต้องออกมาต่อสู้ ภายนอกบ้านเพียงลำพัง ฉันหวังว่าที่นี่ จะไม่โหดร้ายกับฉันจนเกินไปนัก เมื่อเข้ามาที่นี่ มีหลายสิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรักระหว่างพี่น้อง คุณรู้ไหม ฉันมีพี่รหัสคนหนึ่ง เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมเธอถึงยังไม่มีเเฟน พี่คนนี้ คอยดูแลฉันอย่างดีเสมอมา ตลอดหนึ่งภาคการเรียนนี้ ฉันดีใจ ที่มีพี่คอยดูแล คอยให้กำลังใจ หากไม่มีพี่ ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าจะทนได้สักแค่ไหน เรื่องการเรียนที่มีในแต่วัน ถ้าจะถามว่าเป็นอย่างไร ก็แน่ล่ะ การเรียนแพทย์มันก็ต้องหนักกว่าอย่างอื่นอยู่แล้ว แต่การสอบนี่สิที่หนักกว่า ในช่วงนี้แหละ คุณรู้ไหม ฉันได้เจอกับหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต ในช่วงต้นเทอม เรามีกิจกรรมการร้องเพลงร่วมคณะ และอีกหลายๆกิจกรรม ที่ต้องอาศัยความสามัคคี ความเป็นหนึ่งเดียว เพื่อที่จะผ่านมันไปให้ได้ เราได้ใช้เวลาร่วมกันมากมาย จนฉันเอง คิดว่าคนอื่นๆ เป็นเหมือนกับฉัน ที่มีความสุขในกิจกรรมที่กำลังทำ ฉันเองคิดว่าเพื่อนๆเหล่านี้ จะไม่ได้จมอยู่กับหนังสืออย่างเดียว จนไม่สนกับโลกภายนอก ถือหนังสือและตำราเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต เหมือนภาพของนักศึกษาแพทย์ที่ฉันเคยได้วาดเอาไว้ และเคยได้พบเห็นในที่ต่างๆ ฉันคือว่าพวกเขาคงเป็นเพื่อนที่ดีอีกกลุ่มหนึ่งที่ฉันจะพึ่งพาพวกเขาได้ จนกระทั่งเมื่อผ่านมาได้สักสองเดือน หลายสิ่งก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เพื่อนๆหลายคน ไม่ได้ใสซื่อ อย่างที่ฉันเคยเห็น ไม่ได้จริงใจ อย่างที่เคยทำกับฉัน ฉันได้พบ กับความจริงอันน่ากลัวมากมาย ประกอบกับการเรียนที่ทวีความหนักและความยากขึ้นมาเรื่อยๆ มันทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยกับสิ่งนี้ ไม่ใช่เพราะเนื้อหาที่หนักหรอก เพียงแต่ว่า ฉันรู้สึกว่า เพื่อนๆของฉัน ที่เคยได้ผ่านกิจกรรมต่างๆมา กลับหายไปทีละคนสองคน เมื่อฉันสังเกตให้ดีๆแล้ว พวกเขาก็ยังเหมือนเดิม เพียงแค่เพิ่มการอ่านหนังสือเข้ามา ในช่วงนั้น ฉันรู้สึกว่า เพื่อนต้องอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือหนัก มันคงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่เมื่อนานเข้า เพื่อนๆหลายคน เย็นชาต่อกันมากขึ้น ทำให้ฉันรู้สึกได้ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก ถ้าเพื่อนตั้งใจอ่านหนังสือ แต่การที่เย็นชา ไม่สนใจสภาพของผู้อื่น เหมือนกับผีดิบอย่างนี้ ฉันไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย ยิ่งนานก็ยิ่งชัดเจนว่า เพื่อนความสำคัญเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น และก็คุยกันน้อยลง เรื่องที่คุยกันก็มักจะเป็นเรื่องเรียน แต่อีกเรื่องที่ฉันไม่ประทับใจ ก็คือ การเล่าข่าวลือต่างๆ ฉันรู้สึกเบื่อเหลือเกินกลับเรื่องราวที่เป็นข่าวลือ ไม่มีมูลความจริง แต่ก็เอามาเล่าต่อกันซะใหญ่โต ทำให้หลายคน ต้องเสียความรู้สึก สองเรื่องนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนฉันเอง ต้องกลับมาคิดว่า ฉันทำตัวผิดหรือที่เป็นอย่างนี้ เรื่องนี้ทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก ฉันพยายามทำัตัวเหมือนเพื่อนบ้าง ไปจมอยู่ในกองหนังสือที่ฉันรังเกียจมัน ผลปรากฏว่า มันทำให้ฉันมีสภาพที่แย่กว่าเดิม เรื่องนี้เห็นได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงที่ฉันเริ่มนั่นแหละ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนสอบกลางภาค ผลที่เกิดขึ้นกับฉันมีทั้งทางร่างกายและจิตใจ ที่เห็นได้ชัดเลยคือการป่วยของฉัน ฉันป่วยบ่อยและติดเชื้อง่ายกว่าคนอื่นขึ้นมากๆ ทั้งๆที่คนอื่นยังไม่เป็นอะไรมากมาย อาการป่วยแทรกซ้อนของฉันมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนในบางครั้งฉันเองก็อดสงสัยไม่ได่ว่า ฉันเองเป็นโรคเอดส์รึเปล่า แต่แน่ล่ะ ฉันจะเป็นเอดส์ได้อย่างไร ฉันรู้แก่ใจดี ฉันจึงได้แต่สรุปว่า สภาพร่างกายที่ย่ำแย่ขึ้นทุกวันของฉันนี้ เกิดมาจากสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของฉัน ฉันรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ขึ้นทุกวันๆ ฉันเริ่มเกลียดที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศในโรงพยาบาลแห่งนี้ ไม่สดใสเหมือนอย่างที่มันเคยเป็นสำหรับฉันอีกแล้ว ฉันต้องพบกับอุปสรรคต่างๆมากมาย จนมีครั้งหนึ่งที่ฉันต้องทำกิจกรรมของรายวิชาหนึ่งในช่วงท้ายภาคเรียน ฉันกลับได้ยินคำว่า "ทำไปทำไม เสียเวลาอ่านหนังสือตั้งสามวัน" ฉันอึ้ง ฉันนิ่งหยุดอยู่กับที่ นี่ฉันต้องอ่านหนังสือหนักอย่างนั้นทุกวันเลยเหรอ บอกตามตรง ฉันรับไม่ได้กับเรื่องแบบนั้น แต่ถ้าคิดจริงๆแล้ว การเรียนแพทย์ จำเป็นต้องอาศัยวิธีการนั้นแหละ ถึงจะผ่านไปได้ และเพื่อนคนที่พูดคำนี้ออกมา ก็แสดงให้้เห็นว่า เขาก็ประสบความสำเร็จดีทีเดียวเลย จากวิธีการนี้ ฉันเอง ก็ได้แต่ต้องทำใจยอมรับ ต้องทำในสิ่งที่ฉันไม่ชอบ แต่ฉันเลือกเส้นทางนี้มาแล้ว โอกาศที่ฉันจะหันหลังกลับได้ คงมีแค่เพียงเส้นทางเดียวที่ฉันจะทำได้ แต่แน่นอน มันจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ฉันจะทำ ในขณะนี้ ฉันจำเป็นที่จะต้องทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ เพื่อที่จะให้อยู่รอด ในเส้นทางหฤโหดที่ฉันเลือกมานี้ ฉันจำเป็นที่จะต้องอดทนต่อไป จนกระทั่งวันหนึ่งฉันได้เห็นข่าวของศิลปินคนนี้ ฉันเองขอยอมรับว่า ไม่ได้ชื่นชมอะไรเขามากมายเท่าไรนัก ไม่เคยศึกษาประวัติของเขามาก่อนเลย แต่เมื่อมาศึกษา ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ใช่แค่คนเดียว ที่ยอมอดทนกับสิ่งที่ไม่ชอบ แต่เพื่อความฝัน เราจำเป็นที่จะต้องสู้กับมัน ฉันยอมรับ ในขณะนั้น ฉันรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ หมดหวัง ความฝันที่ฉันหวังไว้มันค่อยๆดับลง แต่เขา ทำให้ฉันเริ่มฝันได้อีกครั้ง และอดทนที่จะสู้ต่อไป แต่เส้นทางที่ฉันเลือกนั้น ถือว่าอันตรายนัก ถ้าฉันใช้วิธีเดียวกับพวกเขา ฉันจะเย็นชา และเริ่มไร้หัวใจแบบพวกเขาหรือเปล่า ฉันอยากให้ข้อความนี้ เ็ป็นสิ่งที่แสดงถึงช่วงเวลา ที่ฉันยังคงมีหัวใจอยู่ ฉันเอง ก็ไม่แน่ใจเท่าไรนัก ว่าฉันจะเป็นตัวของตัวเองได้นานเท่าไร ฉันจะสูญเสียหัวใจของฉันไปวันไหนก็ไม่รู้ ก่อนที่ฉันจะกลายเป็นผีดิบที่ไม่มีความรู้สึกใดๆนอกจากเรื่องเรียน ฉันขอใช้เวลาที่มีค่า ในช่วงสุดท้ายยังเรียกว่าชีวิตของฉันนี้ ให้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้ ต่อจากนี้ไปฉันอาจจะเขียนข้อความที่นี่ได้อีกหลายครั้งในช่วงวันหยุด เพื่อระบายความรู้สึก อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่แสดงว่าฉันยังเป็นคนก่อนที่ช่วงเวลา ที่ความเป็นคนของฉัน จะลดน้อยลงเรื่อยๆมันจะเริ่มขึ้น ถึงแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่ามันจะจบยังไงก็ตาม ฉันก็จะอดทนและเดินหน้าต่อไป ฉันอาจจะไม่สำเร็จเหมือนกับที่ศิลปิินคนนั้นได้เจอ หรืออาจจะได้เป็นแพทย์อย่างที่ตั้งใจไว้ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันจะพยายามต่อไป วันนี้ ก็ผ่านวันสอบปลายภาคต้น วันสุดท้ายของฉันมาแล้วสินะ เดิมที ฉันตั้งใจจะเขียนมันให้จบก่อนเวลา 1:59 PM เพื่อมอบให้เป็นสิ่งที่แทนคำขอบคุณ กับศิลปินคนหนึ่ง ที่ทำให้ฉันมีำำกำลังใจที่จะสู้อีกครั้ง ไม่ว่าฉันจะต้องใช้วิธีที่ไม่ชอบก็ตาม แต่ฉันก็กลับเขียนไม่เสร็จในเวลาที่ตั้งใจ ฉันติดค้างเขา ทั้งคำขอบคุณ และคำขอโทษ ฉันเอง ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะทำให้เขาได้ ฉันก็ได้แต่หวังว่า เขาจะอดทนต่อไป เหมือนอย่างที่เขาเคยทำมาได้ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าฉันจะเขียนไม่เสร็จทันเวลา แต่หัวใจของฉัน มันเริ่มหยุดในเวลา 1:59 PM และมันก็คงจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป คงไม่มีทาง ที่หัวใจของฉัน จะมีชีวิตขึ้นมาได้อีกครั้งแล้ว 引用通告此內容的引用通告是: http://feasnarug.spaces.live.com/blog/cns!97BD92D2E2BC326C!1113.trak 引述這則內容的部落格
|
|
|